Skip navigation.
Home

php

หนังสือที่ผมใช้บ่อยๆ เอามาแบ่งกัน

เขียนเมื่อ 01/12/2008

ปีสุดท้ายของปี 2008 แล้ว เหลืออีกแค่เดือนเดียวเองก็จะขึ้นปีใหม่แล้ว ตอนนี้เชียงใหม่หนาวมาก ที่อื่นๆ ก็คงจะอากาศเย็นเช่นกัน บางที่ก็หนาวมากบางที่ก็หนาวน้อย ก็อยากให้ความเย็นนี้ช่วยทำให้คนอารมณ์เย็นลงหันหน้าเข้ามาคุยกันดีๆ ไม่ว่าจะสีไหนๆ ก็ตาม ยังไงก็คนไทยเหมือนกันทั้งนั้น ... เรื่องบ้านเมืองเราก็ปล่อยให้คนที่เขามีหน้าที่จัดการไปเหอะ เราไม่สามารถทำอะไรได้ ส่วนเราก็มาเขียนโปรแกรมกันดีกว่าเนอะ หุหุ

บทที่8 ฟังก์ชั่น

ปกติแล้วโปรแกรมทุกๆ โปรแกรม จะทำงานจากบนลงล่าง และประมวลผลจากซ้ายไปขวา เมื่อทำงานเสร็จก็ถือว่าจบการทำงาน ถ้าหากเราต้องการทำงานเดิม ก็ต้องเขียนโปรแกรมซ้ำอีก ฟังก์ชั่นเลยเป็นที่รวบรวมส่วนที่เราจะเรียกใช้งานบ่อยๆ ให้รวมเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน โดยเรียกเพียงชื่อฟังก์ชั่นเท่านั้น ก็จะได้โปรแกรมที่ทำงานตามที่เราต้องการ และยังมีข้อดีคือ ถ้าหากต้องการแก้ไข ก็แก้ไขเพียงแต่ในฟังก์ชั่นเท่านั้น โปรแกรมทั้งหมดของเราก็จะทำงานตามการทำงานของฟังก์ชั่นที่แก้ไขเลย

Function ในภาษา PHP มาอยู่ 4 ชนิดคือ

  1. ฟังก์ชั่นภายใน (invoking a function)
  2. ฟังก์ชั่นที่สร้างขึ้นมาเอง (creating a function)
  3. ฟังก์ชั่นซ้อนฟังก์ชั่น (nesting function)
  4. ฟังก์ชั่นเรียกตัวเอง (recursive function)

บทที่7.5 คำสั่งควบคุม คำสั่งวนรอบ

หลังจากเราเข้าใจการทำงานของคำสั่งวนรอบแล้ว ทีนี้ก็มาถึงวิธีการควบคุมการทำงานของคำสั่งวนรอบแล้ว ซึ่งก็มีเพียง 2 คำสั่งคือ

  • break
  • continue

สำหรับคำสั่งควบคุมนี้ ต้องใช้งานร่วมกับคำสั่งเงื่อนไขภายในลูปควบคุมการทำงาน (งง อ่ะ)

Windows Management Instrumentation

ขึ้นหัวข้อมาเหมือนจะเขียนโปรแกรมบน Windows เลยเนอะครับ จริงๆ แล้ว โค๊ดรอบนี้ จะทำงานได้เฉพาะบน Windows เท่านั้นแหละครับ เรื่องของเรื่องก็คือบังเอิญได้ไปอ่านหนังสือ Windows Power Shell แล้วไปเจอเรื่อง Windows Management Instrumentation (WMI) ซึ่งเป็น Class ที่สามารถดึงรายละเอียดทุกๆ อย่างของ Windows ออกมาได้ทั้งหมด แล้วใน PHP ก็สามารถติดต่อกับ Windows โดยผ่าน Class ที่ชื่อว่า Com() ด้วยสิ.... สนุกล่ะสิ

บทที่7 คำสั่งวนรอบ

คำสั่งวนรอบ ใช้สำหรับทำงานซ้ำๆ กัน ในภาษา PHP มีคำสั่งวนรอบทั้งหมด 4 คำสั่งคือ

  • for
  • while
  • do while
  • foreach

ส่วนประกอบของคำสั่งวนรอบจะมี 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ

  1. ค่าเริ่มต้น (initialization)
  2. เงื่อนไขในการทำงาน (condition)
  3. คำสั่งเปลี่ยนค่า (update)

บทที่6 คำสั่งเงื่อนไข

เงื่อนไขในการเขียนโปรแกรม เป็นการกำหนดเส้นทางการทำงานของโปรแกรมตามที่เราต้องการ เราสามารถกำหนดการทำงานได้จาก ผลลัพท์ของการเปรียบเทียบ หรือ การคืนค่าของฟังก์ชั่น

คำสั่งเงื่อนไขในภาษา PHP มี 2 คำสั่งคือ

บทที่5 ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์

ในการเขียนโปรแกรมทุกๆ โปรแกรม ต้องมีการคำนวนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ แล้วสิ่งที่ใช้คำนวนนั้นก็คือตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ที่เรารู้จักกันนั่นเอง ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ในภาษา PHP ก็เหมือนกับภาษาอื่นๆ สำหรับท่านที่เขียนโปรแกรมได้แล้ว อาจจะข้ามตรงนี้ไปเลยก็ได้ครับ เพราะเหมือนเอาของเก่ามาเล่าใหม่ เล่ากี่ที กี่ที มันก็ไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่หรอกครับ แต่สำหรับท่านที่กำลังเริ่มเขียนโปรแกรมแล้ว จุดนี้ ถือเป็นสิ่งที่ต้องรู้และต้องเข้าใจด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะเขียนโปรแกรมเพื่อที่จะใช้งานจริงๆ ไม่ได้เลย

บทที่4 ตัวแปร (ภาค 2)

พบกันอีกแล้วหลังจากหายไปซะสัปดาห์กว่าๆ ก็ไม่มีไรหรอกครับ แอบไปแข่งเกมมา ปีนี้ก็สนุกดีครับ แต่เสียดายคนน้อยไปหน่อย

เรามาเข้าเรื่องของเราเลยดีกว่า ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของตัวแปร หลายๆ ท่านคงจะทราบแล้วว่าวีธีการประกาศตัวแปรใน PHP นั้น ง่ายแสนง่าย เพียงแต่ใส่เครื่องหมาย $ เข้าไปข้างหน้า ข้อความนั้นก็จะเป็นตัวแปรแล้ว แต่มีข้อแม้อยู่นิดนึงคือ

  1. ห้ามมีช่องว่างในตัวอักษร
  2. ห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลข
  3. ห้ามมีเครื่องหมายพิเศษ (Control Charecter)
  4. ตัวอักษรเล็ก-ใหญ่ ถือว่าเป็นคนละตัวกัน (Case sensitive)

PDO Connection Class

ปกติผมจะเขียนโปรแกรมติดต่อฐานข้อมูลโดยฝัง query string เข้าไปในโค๊ดเลย ซึ่งมันก็ง่าย แต่ยากตอนจะเปลี่ยนฐานข้อมูล ก็เลยเขียน class ขึ้นมาเอง แต่ก็ยังติดที่ต้องเขียน method สำหรับแต่ละฐานข้อมูลอยู่ดี ซึ่งฐานข้อมูลบางแบบ ผมไม่ค่อยได้ใช้ (pg sql) หรือไม่เคยใช้เลย (posix, odbc) แต่ก็จำเป็นต้องรู้ไว้บ้างว่าเขียนติดต่อยังไง

บทที่3 ชนิดของข้อมูล

การสร้างตัวแปรในภาษา PHP ไม่จำเป็นต้องบอกชนิดของตัวแปรนั้นๆ เพียงแค่กำหนดค่าให้ตัวแปร ตัวแปรนั้นๆ ก็จะถูกประกาศ (cast) ให้เป็นชนิดตามข้อมูลที่ได้กำหนดเข้าไป (งง ไหมเนี่ย)

ภาษา PHP พัฒนามาจากภาษา C จึงมีชนิดข้อมูลที่คล้ายกัน แต่ได้ตัดชนิดข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันออกไป จนเหลือชนิดข้อมูล 3 ชนิดใหญ่ 7 ชนิดย่อย ดังนี้

Syndicate content